Make your own free website on Tripod.com

















 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

 

เมืองศรีนาคาเป็นเมืองหลวงฤดูร้อนของจามูและแคว้นแคชเมียร์ คือเมืองแห่งทะเลสาบทางน้ำ เรือกสวนและสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงามเหมือนภาพวาด ศรีนาคาตั้งอยู่ ณ ใจกลางของหุบเขาแคชเมียร์ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร มีทิวทัศน์สวยงามยิ่งสามารถเยี่ยมชมได้ทั้งปี

 

 

สวนชาลิมาร์ สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคา แคชเมียร์เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต สวนชาลิมาร์แห่งนี้เป็น สวนแห่งความรักสร้างโดยจักรพรรดิ์ชาฮังคี

 

 

สวนนิชาน เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี ต้นป๊อปลาร์ ต้นทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล

 

 

หุบเขาแกะพาฮาลแกม ห่างจากศรีนาคาไปทางทิศตะวันออกประมาณ 95 กิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,440 เมตร เป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนต์ของอินเดีย ระหว่างทางสองข้างทางจะพบต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งเป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบมากที่สุดบนเส้นทางไปพาฮาลแกม

 

 

กุลมาร์ค หรือทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน ระยะทาง 50 กิโลเมตร จากศรีนาคา กุลมาร์กเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลกและมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาว สนามกอล์ฟถูกห้อมล้อมไปด้วยกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย ซึ่งมีป่าสนอยู่เบื้องหลังสนามกอล์ฟด้วย

 

 

โซนามาร์ค สูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีระยะห่างจากศรีนาคา 87 กิโลเมตรและมีภูเขาหิมะเป็นฉากหลัง แม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขา โซนามาร์คเป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือเป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า “ประตูสู่ลาดัคห์”

 

 

ป้อมอัคระ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนาไม่ไกลจากทัชมาฮาล เริ่มสร้างในสมัยพระเจ้าอักบาร์ กำแพงป้อมสร้างจากหินทรายยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร เมื่อแรกสร้างมีตำหนักต่าง ๆ อยู่มากถึง 500 หลัง ปัจจุบันเหลือเพียงหลังเดียวคือ ชาหังคีรีมาฮาลครั้งถึงรัชสมัยจักรพรรดิชาห์จะฮาน ทรงมีบัญชาให้รื้อถอนตำหนักอื่น ๆ ลงทั้งหมดเพื่อสร้างวังที่ประทับขึ้นใหม่รวมถึงหอแปดเหลี่ยม (มุสซามานบูร์) ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ซึ่งชาร์จะฮานถูกคุมขังเอาไว้และเฝ้ามองทัชมาฮาลไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งพระชมน์ชีพ


 

ทัชมาฮาล ตั้งอยู่บนโค้งคุ้งแม่น้ำยมุนา ตระหง่านอยู่กลางสวนแต่งแบบโมกุล จักรพรรดิชาร์จะฮานทรงสร้างทัชมาฮาลขึ้นเป็นสุสานเก็บพระศพของพระนางมุมตาซมาฮาล มเหสีผู้เป็นยอดเสน่หาที่ทรงสิ้นพระชนม์ระหว่างมีพระประสูติกาล ทิ้งชาร์จะฮานให้อยู่อย่างอ้างว้าง ชาร์จะฮานจึงทรงสร้างทัชมาฮาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ให้แด่พระมเหสี วัสดุที่ใช้เป็นหินอ่อนสีขาวส่งให้ทัชมาฮาลงานซึ้งประหนึ่งดินแดนสวรรค์ ทั้งลวดลายพรรณพฤกษา อักษรอาหรับที่สลักจากหินอ่อนสีดำ และฉากหินอ่อนที่ฉลักฉลุอย่างประณีตอ่อนช้อย ทัชมาฮาลถือเป็นสุดยอดของงานสถาปัตยกรรมในยุคโมกุล และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตามตำนานเล่าว่าชาร์จะฮานดำริที่จะสร้างสุสานของพระองค์ขึ้นอีกแห่งให้เหมือนทัชมาฮาล แต่ให้ใช้หินอ่อนสีดำสร้าง แต่ทว่าพระประสงค์นี้ก็เป็นได้แค่ความฝัน พระศพพระองค์ถูกนำมาวางเคียงพระศพของพระมเหสีผู้เป็นที่รักในทัชมาฮาล


 

อัคราฟอร์ท พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบทั้ง อาคารหินทรายสีแดงสร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์

 

 

มัสยิดจามา์ที่เป็นศูนย์กลางของชาวมุสลิมในเดลี จักรพรรดิชาห์จะฮานโปรดฯให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1644 วัสดุที่ใช้หินทรายสีแดงกับหินอ่อนสีขาว จุคนได้ 20,000 คน ในวัดอาทิตย์อันเป็นวันประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม มัสยิดจามาจะคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน จากนั้นนำท่านนั่งรถสามล้อเที่ยวชมจันทนีเชาก์ที่เป็นถนนสายหลักของบาซาร์โบราณ และยังคงเป็นศูนย์กลางทางการค้าอยู่จนปัจจุบัน สองฟากฝั่งถนนมีสินค้าที่น่าสนใจมากมาย อาทิ เครื่องเงินและทองที่ดาริบากาลาน ข้าวของเครื่องใช้ในงานแต่งงานและอุปกรณ์การแสดงที่กินรีบาซาร์ ส่าหรีไหม เครื่องทองแดง ทองเหลือง และเครื่องเทศที่นยะบาซาร์

 

 

อนุสรณ์สถานท่านมหาตมะคานธี ซึ่งเป็นที่เผาศพของผู้นำประเทศ ทั้งเนห์รู ลาลบะหะดูร์ ศาสตรี อินทิรา และราจีฟ คานธี

 

 

กุตับมินาร์ หอสูง 72 เมตร รอบ ๆ หอมีข้อความในคัมภีร์โกหร่านจารึกอยู่เต็มไปหมด กุตับ-อุด-ดิน ไอบัก สุลต่านองค์แรกแห่งเดลีโปรดฯ ให้สร้างหอนี้ขึ้นในศตวรรษที่ 13 เพื่อฉลองชัยชนะที่มีเหนือเหล่ากษัตริย์ฮินดู


 

ฟาเตห์ปุระสิกรี เมืองหลวงของพระเจ้าอักบาร์ อยู่ห่างจากอัคระมาทางตะวันตกเฉียงใต้ 35 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นจากหินทราย เป็นราชธานีอยู่เพียง 14 ปี พระเจ้าอักบาร์ก็ทรงย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ละฮอร์อีกต่อหนึ่ง


 

หอดูดาวยันตระมันตระ ของมหาราชาชัยสิงห์ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1716 ได้ต้นแบบมาจากหอดูดาวในเดลี และยังมีหอในลักษณะเดียวกันนี้อีกสามแห่งที่เมืองมถุรา อุชไชน และวาราณสี ในสมัยโบราณใช้หอดูดาวเป็นที่คำนวณการโคจรของดวงดาว ดูเวลา ดูฤกษ์ ดูยามของบ้านเมืองในการประกอบกิจทางศาสนา และการเมือง

 

 

พิพิธภัณฑ์พระราชวังเมืองชัยปุระที่จัดแสดงข้าวของที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ แพรพรรณ ศาสตรายุทธ พรม ภาพเขียน และจดหมายเหตุเอกสารต่าง ๆ

 

 

ฮาวามาฮาล หรือพระราชวังแห่งสายสายลม เป็นอาคารหินทรายสีชมพูที่มีรูปทรงสะดุดตา มีหน้าต่างมากถึง 935 บาน สำหรับให้ลมผ่านและให้สตรีสูงศักดิ์ในราชสำนักได้มองดูชีวิตความเป็นไปของโลกภายนอกโดยที่คนภายนอกไม่อาจมองเห็นพวกนางได้


 

พิพิธภัณฑ์คานธี ตั้งอยู่บนถนนตีส แจนยูอารีมารค ในบ้านของจี.ดี.บีร์ลา จุดที่เขาถูกยิงนั้นอยู่กลางสวน มีอนุสาวรีย์เล็ก ๆ ตั้งเอาไว้เป็นที่หมายภายในแสดงข้าวของเครื่องใช้ รูปถ่าย และประวัติของท่านมหาตมะคานธี

 

 

อินเดียเกต ตั้งอยู่ในย่านที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองเดลีของอังกฤษมาก่อน รัฐบาลอังกฤษสร้างอินเดียเกตขึ้นในปี ค.ศ.1931 เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารอินเดียผู้เสียชีวิตลงในสงครามโลกครั้งที่ 1 และที่แนวพรมแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือซุ้มประตูมีความสูง 42 เมตร ตั้งอยู่สุดปลายด้านตะวันออกของถนนราชบถที่งดงามไปด้วยสนามหญ้า ทิวไม้ใหญ่ ลำคลอง และลานน้ำพุ ส่วนสุดปลายถนนด้านตะวันตกก็มีอาคารราษฏรปตีภวัน (ทำเนียบประธานาธิบดี) ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสังสัทภวัน (ที่ทำการรัฐสภา)

 

 

หน้าแรก