Make your own free website on Tripod.com

















 

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Memorial Chorten หรือมหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิของพระเจ้า จิกมี ดอร์จี วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน (พระเจ้า จิกมี ซิงเย วังชุก) พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Merdernization)

 

วัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในค.ศ. ที่ 14 หรือ กว่า 600 ป

 

 

ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาว เนื่องจากปูนาคา มีอากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ด้วยเหตุที่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเพียง 1,468 เมตร เท่านั้นเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่นี่จึงมีอากาศอบอุ่นกว่าในช่วงฤดูหนาว ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่แม่น้ำโพ (Po Chu) และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งหมายถึง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันพอดี
พิธีเฉลิมฉลองเทศกาลเทชูแห่งเมืองปูนาคา ซึ่งจะจัดขึ้นเพียงปีละหนึ่งหน เทศกาลนี้เป็นเทศกาลทางศาสนาที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งของชาวภูฏาน ซึ่งเป็นเทศกาลบูชาพระปัทมสัมภาวะโดยจะมีการร่ายรำระบำทางศาสนาที่สวยสดงดงาม การแสดงส่วนใหญ่จะแสดงโดยพระ และประชาชนจะออกมาร่วมงานฉลองโดยจะแต่งกายในชุดประจำชาติที่สวยที่สุดของตน


ดอร์ชูลา (Dorchula) เป็นช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในระยะใกล้ (หากฟ้าเปิด) มีความสูงอยู่ในระดับ 2,743 เมตร บางวันก็จะเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป เมืองปูนาคาอดีตราชธานีของภูฏาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 – 1955 ซึ่งสร้างและปกครองโดย ชับดรุง งาวังนัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) เป็นพระลามะจากธิเบตที่ธุดงค์มาถึงภูฏาน


 
เมือง วังดีโปดรัง (Wangdi phodrang) เป็นเมืองในอดีตที่สำคัญของประวัติศาสตร์
ภูฏาน ระยะทางจากเมืองปูนาคาสู่เมืองวังดีโปรดังประมาณ 13 กิโลเมตร
วังดีโปดรังซอง ซึ่งถูกสร้างโดย ชับดรุง นาวังนัมเกล ในปี ค.ศ.1638 ซองแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาระหว่างแม่น้ำ พูนาค และแม่น้ำดาง


สถูป คำซำยูเล (Khamsum Yuley Chorten) ซึ่งเป็นสถูปขนาดใหญ่สร้างอยู่บนเขาต้องใช้เวลาเดินเท้าขึ้นเขาประมาณ 50 นาที (ไป-กลับ) สถูปแห่งนี้สร้างโดยหนึ่งในราชินีของ ภูฏานเพื่อความเจริญรุ่งเรือง และมีพระชมน์ชีพยืนยาวของมงกุฏราช กุมารแห่งภูฏาน ตลอดจนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในประเทศภูฏาน


 


วัดแม่ชี ซิลูคา (Zilukha Numnary) ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในทิมพูที่มีแม่ชีจำวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่


 


พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในเมืองพาโร ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ (Ta Dzong) แต่ถูกเปลี่ยน เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมเครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ


 


พาโรซอง (Paro Rinchen Pong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645 ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็น ทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ประมาณ 200 รูป


 


วิหารเซนต์ปอล ซึ่งทำพิธีเปิดเมื่อปี 1847 เป็นอาคารทรงสูงสไตล์โกธิค ด้านในมีหน้าต่างประดับกระจกสีอย่างงดงาม บนผนังมีป้ายรำลึกถึงคนอังกฤษที่ถูกฆ่าตายในการกบฎปี 1857 และในสงครามหลายต่อหลายครั้ง
อาคารวิคตอเรียอนุสรณ์ เป็นจุดเด่น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวจากรัฐราชาสถานหลังคาทำเป็นทรงโดมขนาดมหึมา ปริ๊นซ์ ออฟ เวลส์ เสด็จมาทำพิธีเปิด ในปี 1921

 

 


ยอดเขาคันเชนชองก้าเหนือฟ้าเมืองกังต็อก ที่ Tashi View point ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสามของโลก ความสวยงามเมื่อแสงสีทองเริ่มสาดต้องยอดภูเขาหิมะคังเชนชองก้า ที่ชาวสิกขิมถือเป็นยอดเขาที่เก็บรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้าประการ ทำให้ที่สามารถบันทึกภาพประทับใจได้อย่างไม่รู้เบื่อ

 

 


ทะเลสาบฌางกู่ หรือทะเลสาบแห่งต้นน้ำ ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ห่างจากกังต็อค 40 กม. ใกล้ชายแดนทิเบต ที่ระดับความสูง 3,774 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีรูปทรงสัณฐานเป็นวงรี มีความลึกเฉลี่ย 15 เมตร เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลุงเฌ่ซู ที่ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำรังโป ถือเป็นแหล่งต้นน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวสิกขิม ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสิกขิม นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ได้ถือสัญชาติอินเดียต้องขออนุญาตเป็นพิเศษ ความงดงามของทะเลสาบที่สมบูรณ์และกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบ มีภูเขาหิมะล้อมรอบตัวทะเลสาบและสะท้อนภาพสวยงามลงสู่ทะเลสาบสีฟ้าใส บริเวณรอบทะเลสาบยังมีวัดชีวา วัดเล็กของขุนนางในสมัยก่อน แอบซ่อนตัวท่ามกลางความงดงาม ชื่นชมพรรณไม้นานาชนิดที่สวยงาม นกสีสวย ที่แวะเวียนมาเล่นน้ำรอบทะเลสาบ


 
เมืองพุนโชลิ่ง ( Phuentsholing ) เป็นเมืองชายแดนของประเทศภูฏานระยะทางห่างจากเมืองดาร์จีลลิ่ง ประมาณ 450 ก.ม. เมืองพุนโชลิ่ง ตั้งอยู่ท่ามกลางแวดล้อม ขุนเขาน้อยใหญ่กลางเทือกเขาหิมาลัยด้านตะวันออก

 

ทิมพูซอง ซึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล


 
วัดทักซัง (Taktsang Monastery)   ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูฏาน
วัดคิวชู (Kichu Monastery) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่มีความเก่าแก่ย้อนอายุไปได้ถึง 1,300 กว่าปีมาแล้ว สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับวัดจัมปาในเขตบุบธังโดยกษัตริย์ทิเบต ซอง เซน กัมโป ภายในวัดมีพระศรีศากยะมุนีเป็นองค์พระประธาน

 

เมือง พาโร (ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ระหว่าง ทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏาน ที่เต็มไปด้วยขุนเขาอันเขียวขจี สลับซับซ้อน ผ่านอาคารบ้านเรือนในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบภูฎาน ซึ่งจะมีตัวอาคารเป็นสีขาว มีงานไม้แกะสลักที่วาดสีสันสดใส ตกแต่งตามประตูหน้าต่าง ส่วนหลังคาจะใช้ไม้แผ่นหรือสังกะสีนำมาเกยกัน และวางก้อนหินทับแทนการใช้ตะปูตอก ซึ่งเป็นภาพที่จะพบเห็นตลอดสองข้างทาง


 


เมืองกาลิมปง เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสิกขิม เป็นเมืองหนึ่งในเขตแคว้นของดาร์จิลิ่ง เมืองกาลิมปงนี้ มีความสำคัญในการเป็นเมืองตั้งต้นสำหรับนักปีนเขาและผู้ที่รักการเดินป่า และยังได้ชื่อว่าเป็น เมืองแห่งกล้วยไม้ เมืองนี้เป็นแหล่งปลูกไม้ดอก ไม้ประดับที่สวยงามต่างๆ มากมาย จึงถูกจัดเป็นเมืองพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง


 

 

หน้าแรก