Make your own free website on Tripod.com




 

ประเทศนิวซีแลนด์

ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง
ตั้งอยู่ในภาคพื้นแปซิฟิกตอนใต้กึ่งกลางระหว่างเส้นศูนย์สูตรและขั้วโลกใต้ห่างจากทวีปอเมริกาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10,400 กิโลเมตร ห่างจากออสเตรเลียไปทางตะวันออกประมาณ 1,500 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากประเทศไทยประมาณ 11,000 กิโลเมตร

ภูมิอากาศ
ภูมิอากาศของนิวซีแลนด์เป็นแบบกึ่งเขตร้อนในตอนเหนือและแบบเขตอบอุ่น ในตอนใต้ สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลามีฝนตกชุก และ
มีลักษณะอากาศ ที่ไม่หนาวจัดและไม่ร้อนจัด นิวซีแลนด์มี 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม – พฤษภาคม) ฤดูหนาว (มิถุนายน
– สิงหาคม) ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน – พฤศจิกายน)

เวลา
นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ใกล้เส้นแบ่งเวลาสากล (International Date Line) โดยเวลาเร็วกว่ามาตรฐานกรีนิช 12 ชั่วโมง และเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ในช่วง
Daylight Saving Time (ตุลาคม–มีนาคม) จะปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิม 1 ชั่วโมง ทำให้เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง

พื้นที่
270,534 ตารางกิโลเมตร (ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น และอังกฤษ) ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือ และเกาะใต้

เมืองหลวง
กรุงเวลลิงตัน (Wellington) ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะเหนือ

เมืองสำคัญ

1. เมืองโอ๊คแลนด์ (เกาะเหนือ) มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
2. เมืองไครสต์เชิร์ช
3. เมืองดันเนอดิน (เกาะใต้)

ภาษาราชการ
ภาษาอังกฤษ และภาษาเมารี

ศาสนา
Anglican ร้อยละ 24.7 Presbyterian ร้อยละ 18.3 Roman Catholic ร้อยละ 15.5 Methodist ร้อยละ 4.8 Baptist ร้อยละ 2.1 ศาสนาอื่น ๆร้อยละ 34.6

ประชากร
4,009,100 คน (มิถุนายน 2546)

เชื้อชาต
ิ ประกอบด้วยชาวผิวขาว ร้อยละ 74.5 และชาวพื้นเมือง (เมารี) ร้อยละ 9.7 นอกนั้นเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเกาะแปซิฟิกใต้ (ซามัว ตองกา คุก) ร้อยละ
3.8 ชาวจีน ร้อยละ 1.1 อินเดีย ร้อยละ 0.8 และชนชาติอื่น ๆ อีกร้อยละ 10.1

หน่วยเงินตรา
1 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ = 25.65 บาท (25 มิถุนายน 2547)

วันชาต
ิ 6 กุมภาพันธ์ (Waitangi Day)

การเมืองการปกครอง

รูปแบบ
ประชาธิปไตยระบอบรัฐสภา

ประมุข
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ผู้สำเร็จราชการ
The Honourable Dame Silvia Cartwright (สาบานตนและรับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการคนที่ 18 เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2544)ผู้สำเร็จราชการฯ ได้รับการแต่งตั้งจากประมุขของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ทำหน้าที่ด้านพิธีการในการเปิดและปิดสมัยประชุมรัฐสภา
มีตำแหน่งวาระ 5 ปี

นายกรัฐมนตร
ี The Right Honourable Helen Clark (รับตำแหน่งเมื่อ 10 ธันวาคม 2542)

รัฐมนตรีต่างประเทศ
The Honourable Phil Goff

พรรคการเมืองสำคัญ

1. NZ Labour Party (นำโดยนาง Helen Clark)
2. National Party (นำโดยนาย Don Brash)
3. NZ First Party (นำโดยนาย Winston Peters)
4. ACT New Zealand (นำโดยนาย Richard Prebble)
5. Green Party (นำโดยนาง Jeanette Fitzsimons และนาย Rod Donald)
6. United Future (นำโดยนาย Peter Dunne)
7. Alliance (พันธมิตรระหว่าง New Labor Party, Democratic Party, NZ Liberal Party และ Mana Motuhake นำโดยนาย James(Jim) Anderton)
8. Maori Party พรรคตัวแทนชาวเมารี นำโดยหัวหน้าพรรคร่วมระหว่างนาง Tariana Turia อดีตสส.พรรคแรงงาน และนาย Pita Sharples

รัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์เป็นแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครอง แต่จะมีกฎหมายอื่นๆ หลายฉบับมาประกอบกัน เช่น Constitution ACT1986 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ได้รวบรวมเอาหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กระจัดกระจายอยู่มาบัญญัติไว้ด้วย
กัน และพระราชบัญญัติเลือกตั้ง เป็นต้น แต่พระราชบัญญัติเหล่านี้ไม่มีบทบัญญัติที่ว่า บทบัญญัติของกฎหมายใดที่ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ
มิได้ นอกจากนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์ยังรวมเอากฎหมายของอังกฤษบางฉบับที่บังคับใช้ในนิวซีแลนด์ด้วย เช่น Act of Settlement 1701 ซึ่งเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ของกษัตริย์อังกฤษ คำพิพากษาของศาลในคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญ เป็นต้น

ฝ่ายบริหาร
ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีจำนวนไม่เกิน 24 คน ทำหน้าที่รายงานและให้คำปรึกษาแก่ผู้สำเร็จราชการฯ ด้านนโยบายสำคัญต่างๆ สมาชิกคณะรัฐมนตรีจะต้องมาจากสมาชิกสภาฯ ในการบริหารงานคณะรัฐมนตรีกระทำผ่านคณะกรรมาธิการ กระบวนการกำหนดนโยบายสำคัญภายในคณะ
รัฐมนตรี กระทำโดยการหารืออย่างไม่เป็นทางการและอย่างมีชั้นความลับ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีฉันทามติ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีนั้นรับผิดชอบร่วมกันและควรต้องมีท่าทีอันเป็นเอกภาพ เพื่อจะได้เป็นฐานสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ฝ่ายนิติบัญญัติ
รัฐสภานิวซีแลนด์เป็นแบบสภาเดี่ยว ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 120 คน (เลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด กรกฎาคม 2545) โดยจะมี
การเลือกตั้งทุก 3 ปี ประชาชนทุกคนที่มีอายุครบ 18 ปี มีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งสำหรับชาวเมารีนั้นได้มีการจัดสรรที่นั่งในสภาฯ ให้ผู้แทนชาวเมารีจำนวน 7
ที่นั่ง

ฝ่ายตุลาการ
สถาบันตุลาการประกอบด้วยศาลที่สำคัญ 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา นอกจากนั้น มีศาลอื่น ๆ อีก เช่น ศาลคดีเด็กและเยาวชน พิจารณาคดีเกี่ยวกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปี ศาลอนุญาโตตุลาการ และศาลที่ดินของ ชาวเมารี เป็นต้น ศาลทุกศาลในนิวซีแลนด์มีอำนาจตัดสินทั้งคดีแพ่ง และคดี
อาญา อำนาจทางตุลาการเป็นอำนาจอิสระ
สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน พรรค Labour ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลกำลังได้รับความนิยมลดลงโดยพรรค National ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเริ่มสามารถแย่งคะแนน
นิยมได้มากขึ้น หลังจากที่มีการแต่งตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ คือนาย Don Brash อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งชาตินิวซีแลนด์ เมื่อเดือนตุลาคม 2546 คาดว่าในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นประมาณกลางปี 2548 พรรค National อาจจะได้เสียงมากที่สุดในสภา ขณะนี้ รัฐบาลกำลังประสบวิกฤตทางการเมืองภายใน เนื่องจากบรรดาสส.เชื้อชาติเมารีไม่พอใจนโยบายรัฐบาลในเรื่องสิทธิของชาวเมารีในเขตพื้นที่ชายฝั่งและท้องทะเล ซึ่งเป็นผลให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการเมารีและสส.อีกจำนวนหนึ่งลาออก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2547 และจัดตั้งพรรคของชาวเมารี (Maori Party) อย่าง
ไรก็ตาม พรรครัฐบาลอาจจะยังสามารถเรียกคะแนนนิยมได้โดยอาศัยความสำเร็จในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ทำให้นิวซีแลนด์มีอัตราการเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานต่ำ และมีงบประมาณเกินดุลที่สามารถนำไปใช้ดำเนินนโยบายสำคัญได้ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
กว่า หรืออาจจะลดภาษี (ซึ่งไม่ใช่นโยบายหลักของพรรค Labour แต่อาจจะใช้นโยบายนี้หากมีงบประมาณเกินดุลมากพอ)

เศรษฐกิจการค้า

อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ร้อยละ 3.6

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
67.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ประชาชาติต่อหัว
22,867 ดอลลาร์สหรัฐ

อัตราการว่างงาน
ร้อยละ 4.6อุตสาหกรรมหลัก ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ กระดาษ ปุ๋ย ซีเมนต์ แผ่นเหล็ก อลูมิเนียม เกษตรกรรมหลัก เนื้อสัตว์ (วัว แกะ ปลา) ผลิต
ภัณฑ์นม ขนแกะ ผักและผลไม้

ประเทศคู่ค้าสำคัญ
ออสเตรเลีย EU สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน (ตามลำดับ)

สินค้าเข้า
รถยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้า น้ำมัน พลาสติก

สินค้าออก
ผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ (วัว แกะ ปลา) ไม้ เครื่องจักร และอาหารทะเล
การค้าในภาคบริการ นิวซีแลนด์ส่งออกสินค้าบริการคิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกโดยรวม โดยเน้นการท่องเที่ยวและการศึกษานานาชาติเป็นสำคัญ ในปี
2546 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับแรก มีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 3.9
นโยบายทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ (ปี 2517 - ปัจจุบัน)

เศรษฐกิจภายในประเทศ
ปี 2517 – 2525
ภาวะเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์มีการเจริญเติบโตที่ต่ำมาก (ไม่ถึง 1%ต่อปี) ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยปีละ 15% และมีการว่างงานสูงมาก
ปี 2527 – 2530 พรรคแรงงานใช้นโยบายเศรษฐกิจที่แข็งกร้าวเพื่อลดภาวะเงินเฟ้อได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ผลของการดำเนินนโยบายการคลังที่เข้ม
งวดทำให้ พรรคแรงงานประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง
ปี 2531 - 2537 พรรค National คงมุ่งเน้นนโยบายรัดเข็มขัด พยายามลดหนี้สินสาธารณะ ตัดค่า ใช้จ่ายต่างๆ และมีนโยบายให้ธนาคารกลาง (Reserve Bank) ลด
อัตราเงินเฟ้อให้ เหลือเพียง 2%
ภายในปี 2536 ซึ่งธนาคารกลางสามารถทำได้สำเร็จในปี 2537 (จากเดิม 15% ลดลงเหลือ 2%) ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตอย่างช้าๆ
ปี 2538 – 2541 เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นมากจนรัฐบาลสามารถที่จะลดภาษีเงินได้และสามารถให้เงินอุดหนุนด้านสาธารณสุขและการศึกษา
ได้กว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ การวางนโยบายงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล สำหรับปี 2538/39 เป็นการวางนโยบายภายใต้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบทาง
ด้านการคลัง (Fiscal Responsibility Act 1994) อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นนโยบายเศรษฐกิจที่ยังเข้มงวดกวดขันด้าน ค่าใช้จ่าย และเป็นผลให้งบประมาณแผ่นดินเกินดุลอยู่กว่า 3 พันล้านดอลลาร์ นิวซีแลนด์ ในปี 2539 และ 2540
ปี 2542 – 2545 พรรค Labour ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน
ปี 2542 และ กรกฎาคม 2545 นาง Helen Clark นายกรัฐมนตรีได้ปรับแนวนโยบายเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอยด้วยการเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้
กลับคืนสู่ลำดับต้นๆ ในการจัดอันดับการพัฒนาของกลุ่มประเทศ OECD รวมทั้งลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตรและต้องการให้เศรษฐกิจมีรากฐานอยู่บนการสร้างสรรค์นวัตกรรม (innovative) โดยสามารถผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและราคาสูง
ปี 2545-ปัจจุบันตั้งแต่ปี 2545 นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุด ทั้งในระดับภูมิภาคและในกลุ่มประเทศ OECD โดยในปี 2546 เศรษฐกิจมีขยายตัว ถึงร้อยละ 4 ในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังคงไม่ฟื้นตัวภายหลังเหตุการณ์ 11 กันยายนเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ยังคงขยายตัวต่อเนื่องในอัตราร้อย
ละ 3 ต่อปีจนถึงปัจจุบัน คาดว่าในปี 2547 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.4 โดยภาคการส่งออกจะขยายตัวมากขึ้นและการนำเข้าลดลง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยเติบโตมากในช่วงปี 2545-2546 อาจจะชลอตัวลงเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นและการลดจำนวนการโยกย้ายถิ่นฐาน นอกจากนี้
บริษัทธุรกิจต่างๆ จะได้รับประโยชน์จากเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ที่แข็งค่าสามารถนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบในราคาที่ถูกลง การส่งออกจะขยายตัวโดยได้รับผลพวงจากภาวะการค้าโลกที่ดีและราคาผลผลิตโลกดีขึ้น แม้ว่าอาจจะเสียเปรียบในเรื่องราคาสินค้ารวมทั้งจำนวนผลผลิตการเกษตรลดลงเนื่องจากได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมเมื่อต้นปี 2547 นิวซีแลนด์จะได้รับผลดีในด้านการท่องเที่ยวจากการที่เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์แข็งค่าด้วย ซึ่งจะทำให้นิวซีแลนด์อยู่ในสถานะได้ดุลการบริการ ต่อไปอีกในปี
2547-2548

นโยบายที่กระทบต่อไทย

- สายการบินนิวซีแลนด์ (Air New Zealand) และสายการบิน Qantas ได้ร่วมมือกันในตลาดต่างประเทศอย่างใกล้ชิด การที่รัฐบาลนิวซีแลนด์มีข้อกำหนดเรื่องความรู้ภาษาอังกฤษที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับนักธุรกิจและผู้ทำงานชาวต่างชาติที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจหรือทำงานใน
นิวซีแลนด์ และมีการปลดผู้ที่มีทักษะปานกลางออกไป เริ่มมีผลกระทบต่อจำนวนผู้โยกย้ายถิ่นฐานเข้าไปอาศัยในนิวซีแลนด์
- นิวซีแลนด์จะให้ความสำคัญต่อการจัดทำ FTA ทวิภาคีและระดับภูมิภาคมากขึ้นแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการจัดทำความตกลง FTA กับสหรัฐฯ ขณะนี้นิวซีแลนด์กำลังเจรจาทำความตกลง CEP กับไทย ได้ทำความตกลงทวิภาคีแล้วกับสิงคโปร์ อยู่ระหว่างการเจรจาทำความตกลงแบบสามฝ่ายกับชิล
ีและสิงคโปร์ (Pacific 3 CEP) รวมทั้งกำลังหารือเพื่อทำความตกลงฯ ทวิภาคีกับจีนต่อไป

เศรษฐกิจระหว่างประเทศ


ระบบการค้า
นิวซีแลนด์มีระบบการค้าเสรี หลังจากที่เคยมีการควบคุมการนำเข้าเพื่อคุ้มครอง อุตสาหกรรมภายในประเทศ ระบบใบอนุญาตนำเข้า (Import
Licensing) ได้ถูก ยกเลิกไปและระบบภาษีศุลกากรซึ่งเข้ามาแทนที่ก็ลดหย่อนลงตามลำดับ และเมื่อกลางปี 2541 นิวซีแลนด์ได้ประกาศยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ และส่วนใหญ่สินค้านำเข้าของนิวซีแลนด์ร้อยละ 95 อัตราภาษีอยู่ที่ร้อยละ 0 อย่างไร
ก็ดี สินค้าที่นิวซีแลนด์ยังคงเข้มงวดในการนำเข้าได้แก่ สินค้าเกษตร โดยยังมีการ ควบคุมการนำเข้าสินค้าหลายๆ ชนิด เช่น ไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่ ปลาน้ำจืดที่มิได้บรรจุกระป๋อง น้ำผึ้ง เนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีหรือบรรจุกระป๋อง ผัก ผลไม้ เป็นต้น เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ปลอดโรคพืชและ
สัตว์ที่เรียกว่าเขต Agridome และเป็นประเทศที่มีการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องมีการ คุ้มครองและป้องกันอย่างเข้มงวด

นโยบายการค้าต่อเอเชีย
นิวซีแลนด์ตระหนักถึงความสำคัญของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมูลค่าการค้าต่างประเทศโดยรวมของ นิวซีแลนด์ประมาณหนึ่งในสามเป็นการค้ากับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ และจากการที่ประเทศในภูมิภาคดังกล่าวนี้เริ่มมีการจัดตั้งองค์กรภูมิภาคและการรวมกลุ่มทางด้านเศรษฐกิจ อาทิ ASEAN, AFTA, ARF ทำให้นิวซีแลนด์เกรงว่าตนจะถูกโดดเดี่ยว จึงพยายามที่จะผูกสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศในภูมิภาคดังกล่าว และได้แสดงบทบาทที่แข็งขันโดยการเข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิกหรือประเทศคู่เจรจา
นโยบายการค้าพหุภาคีรักษาสถานะและความสามารถในการมีอิทธิพลต่อผลของการเจรจาในองค์การระหว่างประเทศต่างๆ ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ให้ความสำคัญในลำดับต้นกับการเจรจา ใน WTO และ APEC นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังเน้นนโยบายการรวมประเด็นด้าน มาตรฐานแรงงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าไว้ในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศด้วย

ภูมิประเทศ
ประเทศนิวซีแลนด์ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของเส้นศูนย์สูตร ใกล้กับประเทศออสเตรเลีย โอบล้อมด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก และทะเลทัสมัน
ทางด้านตะวันตก ลักษณะภูมิประเทศประกอบไปด้วย เกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือ (North Island) และเกาะใต้ (South Island) และเกาะเล็กๆทางตอนใต้
คือ เกาะสจ๊วต (Stuart Island) รวมถึงเกาะเล็กเกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง พื้นที่โดยรวมของประเทศมีขนาดประมาณ 268,105 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วย
ชายหาดมากมาย เทือกเขาสูง พื้นที่ราบอุดมสมบูรณ์ที่ใช้เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำพุร้อน บ่อโคลนเดือด ภูเขาไฟที่ดับแล้วและยังไม่ดับ
ฟยอร์ด (Fjord) ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบกลางเกาะด้วย

ประชากร

ประเทศนิวซีแลนด์มีประชากรประมาณ 3.6 ล้านคนประกอบไปด้วยผู้คนหลายชาติหลายภาษา เนื่องด้วยนโยบายของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่สนับสนุนให้ผู้มีความรู้ความสามารถจากประเทศต่างๆเข้ามาตั้งถิ่นฐานได้นั่นเอง ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่สืบเชื้อ
สายมาจากชาวยุโรป เช่น อังกฤษ สก๊อตแลนด์ ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น และชนชาติต่างๆ เช่น ชาวพื้นเมืองเชื้อสายเมารี ชาวโพลินีเซียนจาก
เกาะต่างๆ ชาวเอเชียและชนชาติอื่นๆ

สังคมและวัฒนธรรม

การปกครอง

นิวซีแลนด์ปกครองประเทศแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเป็นผู้เลือกสมาชิกรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือกนายกรัฐ
มนตรี ตามลำดับ โดยมี Helen Clark ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศในปัจจุบัน

วัฒนธรรม
วัฒนธรรมของชาวนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ วัฒนธรรมของคนผิวขาวที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับชาวยุโรปและอเมริกา และวัฒนธรรมของชนเผ่าเมารี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณีและพิธีรีตองต่างๆ

ศาสนา
ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ในหลายนิกาย เช่น Anglican, Presbyterian, Roman Catholic, Methodist และอื่นๆ สำหรับศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธ
อิสลาม ฮินดู นั้นจะมีศาสนสถานสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของตนเองตามเมืองใหญ่ๆ

เวลา

เวลาของประเทศนิวซีแลนด์จะเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ส่วนในเดือนตุลาคมถึงมีนาคม (Daylight Saving Time) นั้นจะนับเวลาเร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง เป็น
6 ชั่วโมง

เงินตราและธนาคาร
นิวซีแลนด์ดอลลาร์ (NZ$) คือ สกุลเงินของประเทศนิวซีแลนด์ เงิน 1 ดอลลาร์มีค่าเท่ากับ 100 เซนต์ โดยมีธนบัตรมูลค่า 100, 20, 10, 5, 2 และ 1 ดอลลาร์ และ
เหรียญตรามูลค่า 50, 20, 10 และ 5 เซนต์ ทั้งนี้ไม่มีการจำกัดจำนวนเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตามหากนำเงินสดเข้ามามีมูลค่าเกิน
10,000 NZ$ ต้องกรอกเอกสาร " Border Cash Report " ด้วย
ธนาคารในนิวซีแลนด์นั้น เปิดทำการวันจันทร์ถึงวันศุกร์เวลา 9.00 - 16.00 น. สำหรับการแลกเงินตราต่างประเทศนั้น นอกจากจะแลกเงินได้ตามธนาคารแล้ว ยังสามารถแลกเงินได้ตามเคาน์เตอร์โรงแรมต่างๆ แต่อาจจะได้ในอัตราที่ต่ำกว่าธนาคารเล็กน้อย รวมถึงสามารถแลกเงินได้ที่จุดรับแลกเงินที่สนามบินนานา
ชาติโอ๊คแลนด์ ไคร้สท์เชิร์ช และเวลลิงตันด้วย

สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล
อากาศของประเทศนิวซีแลนด์โดยทั่วไป อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดจนหิมะตก อุณหภูมิของเกาะเหนือจะมีอากาศอบอุ่นกว่าเกาะใต้ สำหรับเดือนที่อากาศเย็นที่สุด คือ เดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม ฤดูกาลของนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็น 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูใบ
ไม้ผลิ

เมืองสำคัญของนิวซีแลนด์

เกาะเหนือ (North Island)
โอ๊คแลนด์ (Auckland)

โอ๊คแลนด์เป็นเมืองขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีประชากรประมาณ 1.2 ล้านคน ถึงแม้จำนวนประชากรในเมืองโอ๊คแลนด์จะมีจำนวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆทั่วโลก แต่นับว่าเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดในนิวซ
ีแลนด์ รวมถึงเป็นเมืองที่มีอัตราเฉลี่ยของจำนวนบ้านต่อประชากรหนึ่งคนสูงที่สุดในโลกอีกด้วย
โอ๊คแลนด์ได้รับสมญานามว่า "เมืองแห่งการแล่นเรือใบ" เนื่องจากมีอ่าวจอดเรือที่สมบูรณ์ ชาวเมืองนี้มักแล่นเรือใบกันมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้วิวทิวทัศน์ของอ่าวเมืองโอ๊คแลนด์มีสีสันสวยงามมาก อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งและมีท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
อีกด้วย

เวลลิงตัน (Wellington)

เวลลิงตันเป็นเมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่บนอ่าวทางตอนใต้ของเกาะเหนือ เป็นเมืองท่าที่เชื่อมระหว่างเกาะเหนือและเกาะใต้ เวลลิงตันได้รับสมญานาม
ว่า " Windy City" เพราะมีกระแสลมแรงพัดผ่านช่องแคบคุกเข้ามา ซึ่งในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลนั้นจะมีการขึงเชือกริมทางเท้าให้คนเดินถนนมีที่ยึดในยามมีลม
กรรโชกแรง

แฮมิลตัน (Hamilton)

แฮมิลตันเป็นเมืองที่มีแม่น้ำไวกาโต้ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของนิวซีแลนด์ไหลผ่าน และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไวกาโต้ (Waikato University) แฮมิลตันอยู่ห่างจากเมืองโอ๊คแลนด์ประมาณ 1 ชั่วโมง มีประชากรประมาณ 1.5 แสนคน

เกาะใต้ (South Island)
ไคร้สท์เชิร์ช (Christchurch)

ไคร้สท์เชิร์ชเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ และเป็นเมืองใหญ่ลำดับที่ 3 ของนิวซีแลนด์ รองจากเมืองโอ๊คแลนด์ และเวลลิงตัน ตามลำดับ มีประชากรอาศัย
ราว 3 แสนคน
ไคร้สท์เชิร์ชเป็นเมืองแห่งสวนพฤกษานานาพันธุ์ โดยเป็นเมืองอุทยานแบบอังกฤษ มีสวนดอกไม้และสัญลักษณ์ของเมืองที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองเดียวในเกาะใต้ที่มีท่าอากาศยานนานาชาติด้วย

ดะนีดิน (Dunedin)

ดะนีดินตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะใต้ในเขตโอทาโก (Otago) หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่ง คือ สก๊อตแลนด์แห่งนิวซีแลนด์ มีประชากรราว 1.2 แสนคน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ คือ มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago)

ควีนส์ทาวน์ (Queenstown)

ควีนส์ทาวน์ตั้งอยู่ริมทะเลสาบวาคาทีปู (Wakatipu) สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาสีฟ้าและยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม เมืองควีนส์ทาวน์เป็นเมืองแห่งการผจญภัยในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเจ็ตโบ๊ท สกี กอล์ฟ หรือแม้แต่บันจี้จัมพ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้รักความท้าทายจากทั่วทุกมุมโลก

ภาษาและวัฒนธรรม

ชาวนิวซีแลนด์เกือบทั้งหมด พูดและใช้ภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตามประชาชน กำลัง สนใจพูดภาษาเมารี มากขึ้น ซึ่งภาษาเมารีนี้ จัดเป็นภาษาราชการ
ภาษาหนึ่ง ของนิวซีแลนด์ ด้วย การใช้ศัพท์สับเปลี่ยนกัน ระหว่างสองภาษานี้ ก่อให้เกิดลักษณะ คำ สำเนียง พิเศษขึ้น เป็นภาษาอังกฤษนิวซีแลนด์
มีการใช้คำเมารี ในบทสนทนาประจำวัน เช่น คำว่า "พาเกฮา" ซึ่งแปลว่า "ไม่ใช่พวกเมารี" และ "เคีย โอร่า" ซึ่งเป็นคำทักทายแทนคำว่า "Hello"
นอกจากชื่อเมืองใหญ่ๆ แล้ว ชื่อสถานที่ต่างๆ ทั้งในเกาะเหนือ และเกาะใต้ มักจะเป็น ภาษาเมารี สะท้อนให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐาน มาเป็นเวลานาน ของ
ชาวเมารี และความ เป็นประชาชน แห่งแดนดิน หรือ "แทงกาท้าพีนัว"
ชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ มีมาตรฐานการครองชีพที่ดี เกือบทุกครัวเรือนมีโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ รถยนต์ และ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้ง คอมพิวเตอร์ด้วย
นับว่าเป็น เครื่องอำนวย ความสะดวก บ้านเรือนที่อยู่อาศัยในนิวซีแลนด์ มีคุณภาพสูง และชาวนิวซีแลนด์ นิยมใช้ จ่ายเงินทอง และเวลากับการซื้อขาย
ปรับปรุงบ้าน หรือบำรุงรักษาบ้าน

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  คลิกที่นี่