Make your own free website on Tripod.com

















 

ประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลทั่วไป


ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ด้านฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย หรือทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะญี่ปุ่นทอดตัวเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว
จากทางตอนเหนือที่ละติจูด 45 องศา 33 ลิปดาเหนือ มาทางใต้ ที่ละติจูด 20 องศา 25 ลิปดาเหนือ โดยมีความยาวทั้งสิ้น 3,800 กม.

ลักษณะภูมิประเทศ เป็นประเทศหมู่เกาะ ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยประมาณ 3,900 เกาะ โดยมีเกาะใหญ่ที่สำคัญ 4 เกาะ คือ
1) ฮอกไกโด (83,517 ตารางกม.)
2) ฮอนชู (231,012 ตารางกม.)
3) ชิโกกุ (18,800 ตารางกม.)
4) กิวชู (44,379 ตารางกม.)

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขา โดยร้อยละ 71 ของพื้นที่ทั้งหมดของญี่ปุ่นเป็นภูเขา ในขณะที่มีพื้นที่ราบเพียงร้อยละ 25ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร
ได้เพียงร้อยละ11 เท่านั้น ญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากประมาณ 1 ใน 10 ของทั้งโลก โดยมีภูเขาฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ (3,776 เมตร) และเป็นภูเขาไฟที่สงบ
อยู่แต่ยังไม่ดับ และจากการที่ญี่ปุ่นอยู่ในเขตที่มีภูเขาไฟมาก ทำให้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเสมอ

พื้นที่ ประมาณ 377,835 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยผืนดิน 374,744 ตารางกิโลเมตร และผืนน้ำ 3,091 ตารางกิโลเมตร

พื้นที่ชายฝั่งทะเล 29,751 กิโลเมตร

ประชากร ประมาณ 126.97 ล้านคน (พฤษภาคม 2545) อัตราการเติบโตของประชากร คือ ร้อยละ 0.15 (2545) ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็น
อันดับที่ 8 ของโลก

ความหนาแน่นของประชากร ประมาณ 336 คน/ตร.กม

.เชื้อชาติ เชื้อชาติญี่ปุ่น ในทางประวัติศาสตร์เชื่อกันโดยทั่วไปว่าบรรพบุรุษของชาวญี่ปุ่นได้แก่กลุ่มเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เรียกในปัจจุบันว่า เผ่าพันธุ์ยามาโตะผสม
กับคนที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ จีนและเกาหลี ปัจจุบันคนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในญี่ปุ่น ได้แก่ ชาวเกาหลีและชาวจีน รวมทั้งเผ่าไอนุ ทั้งนี้ ญี่ปุ่น
ไม่ถือว่าประเทศของตนมีชนกลุ่มน้อย

ศาสนา ศาสนาใหญ่ ๆ มี 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาชินโต นอกจากนั้นได้แก่ ศาสนาคริสต์และลัทธิขงจื้อ


ภาษา ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาราชการ

การศึกษา ภาคบังคับ 9 ปี

อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 99.9

วันชาติ วันที่ 23 ธันวาคม: วันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (พ.ศ. 2476 หรือ ค.ศ. 1933)

เมืองหลวง กรุงโตเกียว (Tokyo)

ภูมิอากาศ มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ
ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น
ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู
ฤดูใบไม้ร่วง : (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน
ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
อากาศจะอบอุ่นกว่า

การเมืองการปกครอง
รูปแบบการปกครอง
ระบอบเสรีประชาธิปไตย โดยมีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นอกจากนี้ตาม
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ

รัฐธรรมนูญ 3 พฤษภาคม 2490 (ค.ศ. 1947)

ประมุข สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ (His Majesty Emperor Akihito)

นายกรัฐมนตรี นายจุนอิจิโร โคอิซึมิ (Junichiro Koizumi) (หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย – LDP) เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 26 เมษายน 2544
และเข้ารับตำแหน่งครั้งที่ 2 เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2546

รมต. ต่างประเทศ นางโยริโกะ คาวากุจิ (Yoriko Kawaguchi)

รัฐสภา เรียกชื่อว่า “สภาไดเอท” ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีสมาชิก 480 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศมีวาระการดำรงตำ
แหน่ง 4 ปี และวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิก 252 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยเลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี

- ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโยเฮ โคโนะ (Yohei Kono)

- ประธานวุฒิสภา นายฮิโรยุกิ คุราตะ (Hiroyuki Kurata)

การปกครองท้องถิ่น ญี่ปุ่นแบ่งเขตการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 47 จังหวัด (Prefecture) ซึ่งรวมกรุงโตเกียว (Tokyo Metropolis) ด้วย
การปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดแยกออกเป็น นคร เมือง และหมู่บ้าน ยกเว้นกรุงโตเกียวที่มีเขตการปกครอง เฉพาะในส่วนใจกลาง
23 เขต นอกเหนือไปจากเขตชานกรุง ซึ่งประกอบด้วย 27 นคร 5 เมือง และ 8 หมู่บ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีของนครขนาดใหญ่
ของเมืองและของหมู่บ้าน ตลอดจนสมาชิกสภาส่วนท้องถิ่นทุกระดับมาจากการเลือกตั้ง

การเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎรมีการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2546 วุฒิสภามีการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อ 29 กรกฎาคม 2544
โดยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกครึ่งหนึ่ง ในทุก 3 ปี

พรรคการเมือง พรรคการเมืองที่สำคัญ ได้แก่
- พรรคเสรีประชาธิปไตย ( Liberal Democratic Party : LDP) เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล
- พรรคนิว โคเมโต (New Komeito) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
- พรรคอนุรักษ์นิยมใหม่ (New Conservative Party หรือ Hoshushinto) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
- พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan : DPJ : Minshuto) แกนนำฝ่ายค้าน
- พรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (Social Democratic Party of Japan : SDP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน
- พรรคคอมมิวนิสต์ (Japan Communist Party - JCP)เป็นพรรคฝ่ายค้าน

เศรษฐกิจการค้า

ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ
(GDP) 4,505 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2545) หรือ 540,607.9 พันล้านเยน และ 2,452 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือ 267,554 พันล้านเยนสำหรับสองไตรมาสแรกของปี 2546

เงินตรา สกุลเงินเยน (YEN: Y)

รายได้ประชาชาติ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ /คน/ ปี (ปี 2545)

อัตราการเติบโตของ GDP ร้อยละ 1.6 (ปี 2545) และร้อยละ 2.9 ในไตรมาสที่ 1 และร้อยละ 2.1 ในไตรมาสที่ 2 (ปี 2546)

อัตราการว่างงาน ร้อยละ 5.1 (ประมาณ 3.40 ล้านคน) (กันยายน 2546)

อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 106 เยน ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม 2546) หรือ 3 เยน ต่อ 1 บาท

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ –0.9 (ปี 2545)

สินค้าออก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่าง ๆ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากโลหะเหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ
และเครื่องบริโภค

สินค้าเข้า ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ สิ่งทอ

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ สหรัฐฯ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง เยอรมนี และไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์กับไทย
ความสัมพันธ์
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2430 (ค.ศ. 1887)

กลไกความสัมพันธ์
1) การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและการทหารทวิภาคีระ หว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของ
ไทยกับญี่ปุ่น (Bilateral Political and Military Meeting)
2) การประชุมความร่วมมือทางวิชาการประจำปีไทย-ญี่ปุ่น
3) การประชุมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (ชื่อเดิม คือ การประชุมปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น)
4) การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (ภาคเอกชน)

การค้าไทยกับญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 1 ของไทยในปี 2545 และ มีมูลค่าการค้าสองฝ่ายรวม 1,068,881 ล้านบาท (ประมาณ 24,857
ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นในปี 2545 มูลค่า 429,425 ล้านบาท (ประมาณ 10,006 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ลดลงร้อยละ 3.01 เมื่อเทียบกับปี 2544 (442,492 ล้านบาท/9,945 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 14.5 ของมูลค่าการส่งออก
ทั้งหมดของไทย การนำเข้าจากญี่ปุ่น ในปี 2545 มูลค่า 639,456 ล้านบาท (ประมาณ 14,811 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.58
เมื่อเทียบกับปี 2544 (616,512 ล้านบาท/13,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 3 ของมูลค่าการนำเข้าของญี่ปุ่นทั้งหมด ในปี 2545
ไทยขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 210,031 ล้านบาท (ประมาณ 4,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.14 เมื่อเทียบกับปี 2544 (174,020
ล้านบาท/3,885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ส่วนประกอบเครื่องยนต์ เครื่อง
จักรที่ทำงานเป็นเอกเทศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เหล็กแผ่นชุบ รถบรรทุก แบบหล่อสำหรับโลหะและวัสดุ และอื่น ๆ

สินค้าส่งออกจากไทย เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม
ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น
แช่แข็ง และอื่น ๆ

เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น นายกษิต ภิรมย์ (พฤศจิกายน 2544 – ปัจจุบัน)

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำไทย นายอัทสึชิ โทกิโนยะ (H.E. Mr. Atsushi Tokinoya) ธันวาคม 2544 - ปัจจุบัน)


ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น
1. ในภาพรวม

ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและราบรื่นตลอดมา ความร่วมมือระหว่างกันครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม
และวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศ ไทยได้มุ่งกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับญี่ปุ่นให้พัฒนา ไปสู่ความ
เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเศรษกิจ (strategic and economic partnership) ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่าง
สม่ำเสมอ ล่าสุดคือ นายกรัฐมนตรีโคอิซึมิ ของญี่ปุ่นได้มาเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 11 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 20-21
ต.ค. 2546 และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 11-12 ธ.ค. 2546 เพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN-Japan Commemorative Summit
ที่กรุงโตเกียว และได้หารือข้อราชการทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีโคอิซึมิ เมื่อ 11 ธ.ค. 2546

การเยือนสำคัญในระดับราชวงศ์ คือ การเสด็จฯ เยือนไทยของเจ้าชายอากิชิโน และพระชายา (3-5 ส.ค. 2544) เพื่อรับการทูลเกล้าถวาย
ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นของสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ (17-19 ก.ย. 2544) เพื่อทรงรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบันฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยกักกุชูอิน การ
เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ (10-19 ต.ค. 2544) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ
เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น (8-12 เม.ย. 2545) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้เสด็จฯ ร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ จ.โออิตะ
(26-30 เม.ย. 2545) และเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ ในงาน Asia Orchestra Week 2002
ที่กรุงโตเกียว (23-28 ก.ย. 2545) และการเสด็จฯ เยือนไทยของเจ้าชายอากิชิโน พระชายา และพระธิดา 2 พระองค์ (7-21 ส.ค. 2546)
เพื่อทรงนำพระธิดาเสด็จเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก และทรงรับการทูลเกล้าถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขา เกษตร
ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

2. ด้านนโยบายต่างประเทศ
ญี่ปุ่นต้องการมีบทบาทและส่วนร่วมในประชาคมระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์ อาทิ ความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรี
ีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การผลักดันให้มีการเจรจาการค้ารอบใหม่ของ WTO เป็นต้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับการเป็นพันธ
มิตรกับสหรัฐฯ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ และอาเซียน ไทยสนับสนุนบท
บาทดังกล่าวโดยเห็นว่าจะช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และโลก

ภายหลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ เมื่อกันยายน 2544 ญี่ปุ่นได้มีบทบาทที่ชัดเจนและสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการ ปฏิบัติ
ิการต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ ทั้งในการปรับขยายบทบาททางทหารของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นให้สามารถ ให้การสนับ
สนุนแนวหลังแก่กองกำลังสหรัฐฯ ในการโจมตีอัฟกานิสถาน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบและประเทศที่
อาจได้รับผลกระทบ การให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นการหมุนเวียนทางการเงินของขบวนการก่อการร้าย และเป็นตัวกลาง
รณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นเจ้าภาพจัดการประ
ชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับการ ให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูบูรณะอัฟกานิสถาน ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 21-22 ม.ค. 2545 ด้วย
เมื่อ 26 ก.ค. 2546 ญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อต่ออายุกฎหมายที่ให้การสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถจัด
ส่งทหารไปปฏิบัติการในอิรัก ญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนการปฏิบัติการดังกล่าวโดยจะบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
และได้ส่งทหารไปอิรักในปลายปี 2546 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการปฏิบัติการขนส่งยุทโธปกรณ์และเสบียงและการซ่อมบำรุงสาธารณูปโภค
พื้นฐาน

ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ระหว่าง 11-12 ธ.ค. 2546 ญี่ปุ่นได้ประกาศจะให้ความช่วย
เหลือทางการเงินแก่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งครึ่งกันระหว่างอาเซียนกับการ
พัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ผู้นำอาเซียนและญี่ปุ่นได้ลงนามปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วน ที่มีพลวัตและยั่งยืนระหว่างอาเซียนและ
ญี่ปุ่นในสหัสวรรษใหม่


3. ความสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุนไทย-ญี่ปุ่น
ด้านการค้า สำหรับในช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2546 มูลค่าการค้าสองฝ่ายรวม 918,045 ล้านบาท (ประมาณ 21,349.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 358,074 ล้านบาท (ประมาณ 8,327.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า
559,984 ล้านบาท (ประมาณ 13,022.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไทยขาดดุลเป็นมูลค่า 201,910 ล้านบาท (ประมาณ 4,695.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งนี้ ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 11 ของญี่ปุ่นในปี 2546

ด้านการลงทุน จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ในปี 2545 ญี่ปุ่นมีมูลค่าการลงทุนโดยตรงในไทย 38,398
ล้านบาท (ประมาณ 893 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งลดลงมากถึงร้อยละ 53.9 จาก 83,368 ล้านบาท ในปี 2544 รองลงมาได้แก่สิงคโปร์
และสหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยญี่ปุ่นลงทุนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นมูลค่าสูงสุดถึง 15,287 ล้านบาท
(ประมาณ 355 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 38.6

จากสถิติในปี 2545 ญี่ปุ่นยังคงลงทุนในไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีโครงการของญี่ปุ่นที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การลงทุนทั้งสิ้น 215 โครงการลดลงจากปี 2544 จำนวน 42 โครงการ (ลดลงร้อยละ 16.3) รองลงมา ได้แก่ ไต้หวันและสิงคโปร์ตามลำดับ
ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในในสาขาผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 46 ของโครงการทั้งหมด รองลงมา
ได้แก่สาขาอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า คิดเป็นร้อยละ 28.4
อนึ่ง ในไตรมาสที่หนึ่งและสอง (ม.ค. – มิ.ย.) ของปี 2546 ญี่ปุ่นลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีโครงการของญี่ปุ่นที่ได้รับอนุมัติ 95
โครงการ ที่มีมูลค่า 38,669 ล้านบาท (ประมาณ 899 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปี 2545 เป็นมูลค่า 21,765 ล้านบาท
(ประมาณ 506 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

4. ความช่วยเหลือด้านเงินกู้และวิชาการ
นับตั้งแต่ปี 2539 ถึงปัจจุบัน การดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการไทย-ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับผลสำเร็จเชิงคุณภาพและประสิทธ
ิภาพมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการดำเนินงานในลักษณะเอกเทศเป็นรายโครงการมา ใช้กลยุทธ์ที่เน้นเอกภาพในการดำเนินงานความร่วม
มือร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาในภาพรวม โดยคำนึงถึงความชัดเจนของวัตถุประสงค์ แผนงาน และการติดตามและประเมินผลในลักษณะ
Program Approach ภายใต้ 5 สาขาความร่วมมือที่มีลำดับสำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาชนบท (2) การพัฒนาสังคม (3) การพัฒนาโครง
สร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (4) การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (5) ความร่วมมือในระดับภูมิภาค
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาภาคทางการ (Official Development Assistance –ODA) สูงสุด โดยปีงบประมาณ
2545 ไทยได้รับ ODA จากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 1,078.769 บาท (23.451 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือร้อยละ 32.6 ของมูลค่าความช่วยเหลือด้าน
เงินกู้และวิชาการจากต่างประเทศทั้งหมด (เยอรมนีเป็นอันดับ 2 มูลค่า 8.730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 12.1) หน่วยงานไทยที่ได้รับ
ODA จากญี่ปุ่นสูงสุดในปีงบประมาณ 2545 คือ กระทรวงสาธารณสุข เป็นมูลค่า 6.322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 26.9 ของมูลค่า ODA
ที่ญี่ปุ่นให้กับไทยทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ญี่ปุ่นต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้เริ่มมีแรงกดดันจาก ภายในประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับ
ลดงบประมาณ ODA ลง โดยอ้างปัญหาความไม่โปร่งใสของการใช้ ODA ในประเทศผู้รับ และผลประโยชน์ตอบแทนที่ญี่ปุ่นจะได้รับ
จาก ODA ที่ให้กับประเทศต่าง ๆ โดยในปีงบประมาณญี่ปุ่น 2545 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศลดงบประมาณ ODA ลงร้อยละ 10 โดยในส่วน
ของประเทศไทยลดลงร้อยละ 8.9

5. ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว
ปี 2545 ไทยรับนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นจำนวนทั้งสิ้น 1,222,270 คน ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2544 ร้อยละ 4.6 นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นมีส่วนแบ่ง
การตลาดในไทยใหญ่เป็นอันดับ 2 จากจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั้งหมด (รองจากมาเลเซีย) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.32 ซึ่งส่วน
มากเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำร้อยละ 51.8 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยเป็นผู้อยู่ในช่วงอายุ 25-34 ปี และ 45-54 ปี โดยส่วนใหญ
่อยู่ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแรงงานและกลุ่มนักธุรกิจ ส่วนกลุ่มผู้มีอายุสูงกว่า 55 ปี มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มเยาวชนลดน้อยลง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายและประมาณการณ์สำหรับปี 2547 ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประ
เทศไทยทั้งสิ้น 1,300,000 คน ส่วนสถานการณ์นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2545 มีจำนวนทั้งสิ้น 99,395 คน มีอัตราการขยายตัว
เพิ่มขึ้นจากปี 2544 ร้อยละ 12.87 คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 6 รองจากมาเลเซีย สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน
ตามลำดับ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.42 ของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศในปี 2545


6. กรอบความร่วมมือทวิภาคีสำคัญ
6.1 การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคง ครั้งที่ 4 ที่ กรุงโตเกียว

เมื่อ 25 มี.ค. 2545 โดยมีนายนรชิต สิงหเสนี อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กต. และพล.ท. วิทวัส รชตะนันท์ รองผู้อำนวยการ สำนักนโยบาย
และแผนกลาโหม กห. เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและทบวงป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และได้หารือแลก
เปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง ในภูมิภาคและการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

6.2 การประชุมหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 9 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 12 ก.ค. 2545
โดยมีนายโชทาโร โอชิมา รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น หัวหน้าคณะผู้แทนญี่ปุ่นเป็นประธานร่วมกับ นายเตช บุนนาค ปลัดกระ
ทรวงการต่างประเทศ หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ทั้งนี้ การประชุมในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้
เห็นชอบในการส่งเสริมหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด (Closer/Comprehensive Economic Partnership : CEP) ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น โดยให้ทั้ง
สองฝ่ายจัดตั้งคณะทำงานขึ้นหารือเพื่อจัดทำความตกลง CEP โดยเร็ว ที่ประชุมจึงได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำความตกลงหุ้นส่วน
เศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership : JTEP) ซึ่งรวมถึงการจัดทำเขตการค้าเสรี (Free Trade Area: FTA)
ระหว่างทั้งสองประเทศด้วย

7. การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement - JTEPA)
ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะทำงาน Japan-Thailand Economic Partnership (JTEP) ไทย-ญี่ปุ่น 5 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ
เมื่อ 19-20 ก.ย. 2545 ครั้งที่ 2 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 21-22 พ.ย. 2545 ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 27-29 ม.ค. 2546 ครั้งที่ 4 ที่กรุงโตเกียว
เมื่อ 17-19 มี.ค. 2546 และครั้งที่ 5 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 19-21 พ.ค. 2546 โดยมีนายพิศาล มาณวพัฒน์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยและเป็นประธานร่วมกับนายมะคิโอะ มิยากาวา ผอ. กองนโยบายภูมิภาค กต. ญี่ปุ่น หัวหน้าคณะผู้แทนญี่ปุ่น
โดยการประชุมครั้งที่ 3 มีผู้แทนจากภาคเอกชนและภาควิชาการเข้าร่วมเป็นครั้งแรกด้วย ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นในสาขาความร่วมมือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ รวม 21 สาขา และได้หารือกันอย่างลึกซึ้งในสาขาการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน
และการเคลื่อนย้ายไป-มาของแรงงานสาขาอาชีพต่าง ๆ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนรายการสาขาที่ทั้งสองฝ่ายสนใจในสาขาต่าง ๆ
อาทิ ด้านบริการ การลงทุน และการเคลื่อนย้ายไป-มาของแรงงานฯ
คณะทำงานฯ ตระหนักดีว่า JTEPจะเสนอโอกาสที่พิเศษให้ไทยและญี่ปุ่นในการเพิ่มขยายความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้นโดยการลด
กฎระเบียบในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน และจะเอื้อให้ญี่ปุ่นมีบทบาทเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกับไทยมากยิ่งขึ้นใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทศวรรษข้างหน้า
ท่ามกลางบรรยากาศของสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการมีบทบาทเพิ่มขึ้นของประเทศที่มีศักยภาพทาง
อำนาจสำคัญ ๆ ในภูมิภาค
ในการประชุมครั้งที่ 5 นี้ คณะทำงานฯ เสร็จสิ้นการทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย และเห็นพ้องกับสรุปผลการประชุมคณะทำงานฯ
และได้จัดทำเนื้อหาส่วนใหญ่ของร่างข้อบทอย่างไม่เป็นทางการต่าง ๆ ของ JTEP รวมทั้ง รายการสาขาความสนใจของทั้งสองฝ่ายใน
ด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายไป-มาของบุคคลทั่วไป และการลงทุน คณะทำงานฯ หวังว่า สรุปผลการหารือและเอกสารต่าง ๆ ดัง
กล่าวจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในการเจรจาขั้นต่อไป

8. คณะเฉพาะกิจเพื่อจัดทำความตกลง JTEPA (JTEPA Task Force)
เมื่อ 6 มิ.ย. 2546 นายกรัฐมนตรีไทยและญี่ปุ่นได้เห็นพ้องกันให้จัดตั้งคณะเฉพาะกิจเพื่อเร่งรัดการจัดทำความตกลง JTEPA หรือ
JTEPA Task Force โดยระหว่าง ก.ค.-พ.ย. 2546 ไทยและญี่ปุ่นได้ผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JTEPA Task Force 3 ครั้ง คือ
ครั้งที่ 1 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 22-24 ก.ค. 2546 ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 24-27 ส.ค. 2546 และครั้งที่ 3 ที่จังหวัดฟุกุโอกะ เมื่อ 4-6 พ.ย. 2546
ซึ่งมีความคืบหน้าได้ข้อสรุปแนวทางความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ ทั้ง 21 สาขา
เมื่อ 11 ธ.ค. 2546 ฯพณฯ นรม. และ นรม. ญี่ปุ่นได้พบหารือและเห็นชอบให้เริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการเพื่อจัดทำความตกลง JTEPA
ให้มีเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น และเริ่มการประชุมเจรจาครั้งแรกที่ประเทศไทยในต้นปี 2547

สถานทูตญี่ปุ่น: http://www.th.emb-japan.go.jp/th/index.htm ,

ระเบียบการและเอกสารยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศ ญี่ปุ่น
1. หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
2. รูปถ่าย 2 – 2.5 นิ้ว จำนวน 2 รูป
3. การเงิน ( สำเนาสมุดเงินฝาก ออมทรัพย์ หรือ ประจำ ตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 6 เดือน )
4. สำเนาทะเบียนบ้าน
5. สำเนาทะเบียนสมรส ( กรณีหญิงที่แต่งงานแล้วต้องใช้ )
6. ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ ใช้ตัวจริง (ภาษาอังกฤษ)หรือ สำเนาทะเบียนการค้า( กรณีเป็นเจ้าของ) ใช้หน้า
หนังสือรับรองที่มีชื่อกิจการและมีชื่อผู้เดินทางเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วน หรือ ใบพาณิชย์
7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ และ นามสกุล ( ถ้ามี )
8. สำเนาสูติบัตร ( สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี )
9. เด็ก ขอหนังสือรับรองจากโรงเรียน ใช้ตัวจริง ( เป็นภาษาอังกฤษ)
10. ข้าราชการ จดหมายรับรองจากต้นสังกัด และสำเนาบัตรข้าราชการ 1 ชุด
11. กรณีเล่มพาสปอร์ตจีนแดงจะต้องเปลี่ยนเป็นเล่มเหลืองก่อนทำการยื่นขอวีซ่าเนื่องจากเล่มจีนแดง จะใช้เวลาในการพิจารณา
ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป

กรณีไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
1. บิดามารดาจะต้องทำหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ณ ที่ว่าการอำเภอหรือที่ทำการเขต
2. สำเนาบัตรประชาชน ( บิดา และ มารดา )
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. ใบรับรองการทำงานของบิดา หรือ มารดา
5. การเงิน ( สำเนาสมุดเงินฝาก ออมทรัพย์ หรือ ประจำ ตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าปัจจุบัน ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ) ของบิดา หรือมารดา

หมายเหตุ

- ในการกรอกใบสมัครยื่นวีซ่า ทางสถานฑูตต้องการให้กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน พร้อมที่อยู่ปัจจุบัน
ที่สามารถติดต่อลูกค้าได้สะดวก
- ผู้ที่ถือพาสปอร์ต อเมริกา ไม่ต้องขอวีซ่า

เวลาทำการของสถานทูต
08.00 น. – 12.00 น. (เปิดรับยื่นวีซ่า) 14.00 น. – 16.00 น. (รับเล่ม) ระยะเวลา ยื่นเดี่ยว 3 วัน ยื่นกรุ๊ป 7 วัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 259 – 0444 / 259 – 0775

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  คลิกที่นี่