Make your own free website on Tripod.com






 

มือใหม่นั่งเครื่องบิน

เอกสารที่ควรตรวจสอบ และนำติดตัวไปขณะเดินทางท่องเที่ยว

เรื่องนี้ถือว่าจำเป็นมาก ในการเดินทางทุกครั้งเพื่อให้ได้รับความสะดวก ขณะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และป้องกันปัญหาโดยไม่จำเป็น ควรแน่ใจว่าท่านมีเอกสารต่อไปนี้ถูกต้องครบถ้วน

1. หนังสือเดินทาง ที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งจะต้อง ไม่มีรอยขูดลบ ขีดฆ่าใด ๆ ทั้งสิ้น ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าหนังสือเดินทางของท่านจะไม่หมดอายุระหว่างที่ ท่านกำลังเดินทางในต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลทำให้วีซ่าเข้าเมืองของท่านต้องหมดอายุไปด้วยอีกทั้ง ทำให้เสียเวลา ยื่นเรื่องขอต่ออายุ หนังสือเดินทางใหม่
2. ตั๋วโดยสาร ที่ระบุการเดินทางทั้งไปและกลับแน่นอน ซึ่งนอกจากจะทำให้ตัวท่านเองหมดกังวลขณะเดินทางแล้ว ยังจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในต่างประเทศทราบได้ว่า ท่านมีเจตนาจะเดินทางกลับ เมื่อเสร็จภาระกิจ
3. เอกสารสำคัญส่วนบุคคล ควรนำเอกสารซึ่งแสดงหลักฐานเกี่ยวกับตัวท่าน เช่น ใบอนุญาตขับขี่ที่ไม่หมดอายุ บัตรประชาชน บัตรประจำตัวพนักงาน นามบัตรที่ระบุที่อยู่ปัจจุบัน พร้อมหมายเลขโทรศัพท์หรือเอกสารอื่น ๆ
4. เอกสารเกี่ยวกับที่พัก ที่ระบุชื่อโรงแรมและการจองห้องพัก ซึ่งจะทำให้ทั้งตัวท่านเองและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทราบว่า ท่านกำลังจะไปไหน เมื่อทราบข้อมูลเป็นที่แน่ชัดแล้ว ย่อมเป็นการง่ายต่อการเดินทางของท่านให้ถึงที่หมายรวดเร็วขึ้น ท่านควรมีที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของโรงแรมติดตัว
5. กำหนดการเดินทาง (ที่ออกให้โดยบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวหรือสายการบิน) ซึ่งจะเป็นสิ่งเตือนว่า ท่านถึงจุดสำคัญต่าง ๆตรงตามกำหนดเวลาหรือไม่
6. หนังสือแนะนำตัว จากบุคคล หรือบริษัทที่ส่งท่านไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่กรณี
7. รูปถ่ายขนาดมาตรฐาน ที่ใช้กับหนังสือเดินทาง ซึ่งควรนำติดตัวไว้บ้าง เผื่อจำเป็นต้องใช้ อีกทั้งควรมีชื่อและที่อยู่ของผู้ที่รู้จัก ในประเทศนั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

การเงิน ปัจจัยสำคัญในการเดินทาง

ควรประมาณค่าใช้จ่าย ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง และ พกเงินสดติดตัวให้พอใช้จ่าย ตามความจำเป็น ไม่ควรพกเงินสดติดตัวจำนวนมากซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกขโมยได้

ควรมีแหล่งเงินสำรองเผื่อไว้ในกรณีจำเป็น เช่น เช็คเดินทาง หรือบัตรเครดิตต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะจำเป็นในการซื้อของ และเช่ารถแล้ว ยังเป็นหลักฐานแสดงตัวที่มีประโยชน์ ในกรณีฉุกเฉิน

ควรแลกเงินบาท เป็นเงินสกุลต่าง ๆแล้วแต่ประเทศที่ท่านไป สำหรับจับจ่าย อย่างน้อยบางส่วนตั้งแต่อยู่ในประเทศไทย และควรมีเศษเหรียญ สำหรับโทรศัพท์ด้วย

กรณีการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ ท่านควรแจ้งธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อขอใช้วงเงินในประเทศที่ท่านจะเดินทางไป หรือ แวะเปลี่ยนเครื่องบิน ในบางครั้งควรขออนุมัติเพิ่มวงเงินชั่วคราวไว้ เผื่อกรณีที่ต้องใช้เงินฉุกเฉิน

ควรมีกระเป๋าเก็บเงิน อย่างน้อย 2 ใบ ที่เก็บไว้คนละแห่ง เพื่อแก้ไขสถานะการณ์ หากกระเป๋าเงินสูญหาย ศึกษา กฎข้อบังคับทางการเงินของแต่ละประเทศ และอย่าลืมแจ้งจำนวนเงินที่ท่านมีในครอบครองต่อเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ระเบียบการขอหนังสือเดินทาง

ผู้ร้องขอหนังสือเดินทางจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ของกระทรวงต่างประเทศ ที่ได้กำหนดไว้แล้วคือ ผู้ร้องขอจะต้องไปยื่นที่กระทรวงฯ ด้วยตนเอง พร้อมเอกสารเอกสารที่ใช้ประกอบการขอหนังสือเดินทาง พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 1,000 บาท (ไม่รวมค่าส่งทางไปรษณีย์ 35 บาท) โดยกองหนังสือเดินทางจะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการถ่ายรูประบบดิจิตอลและช่วยท่านเขียนคำร้อง โดยใช้เวลาตั้งแต่ยื่นคำร้องจนถึงเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมดประมาณ 30 นาที
ขั้นตอนการยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่
ขั้นตอนที่ 1 รับบัตรคิว
ขั้นตอนที่ 2 ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลักหากไม่มีเลข 13 หลัก ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงพร้อมเอกสารหลักฐานอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบข้อมูล
ขั้นตอนที่ 3 - เก็บข้อมูลชีวภาพ(วัดส่วนสูง เก็บลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วชี้ขวาและนิ้วชี้ซ้ายด้วยเครื่องสแกนข้างละ 2 ครั้ง และถ่ายรูป 2 ครั้ง)
- แจ้งความประสงค์ที่จะขอรับเล่มทางไปรษณีย์
ขั้นตอนที่ 4 ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท และค่าส่งไปรษณีย์ (35 บาท) รับใบเสร็จรับเงิน และรับใบนัดรับเล่ม
ท่านจะได้รับหนังสือเดินทาง ดังนี้

- หากยื่นที่กรมการกงสุล ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
- หากยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้าและบางนา) ผู้ร้องจะได้รับเล่มภายใน 3 วันทำการไม่นับวันยื่นคำร้อง หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
- กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัดและขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ผู้ร้อง (ในเขตเมือง) จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ
เอกสารที่ต้องจัดเตรียม

ก. บุคคลทั่วไป
1. สำเนาบัตรประชาชนที่มีเลข 13 หลัก บัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ยังมีอายุการใช้ นำต้นฉบับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย (ถ้าเป็นใบเหลืองต้องมี รูปถ่ายแนบมาด้วย และรูปถ่ายต้องมี ตราประทับของอำเภอ)
2. บัตรประจำตัวประชาชนหากไม่มีเลข 13 หลัก ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดงพร้อมเอกสารหลักฐานอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบข้อมูล
ข. ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี
• ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี
- ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องมาแสดงตัวพร้อมผู้มีอำนาจปกครอง ในกรณีที่ผู้ปกครอง คือ บิดาและมารดา ให้บิดาและมารดามาพร้อมกันทั้งสองฝ่าย หรือ หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สะดวกมาในวันยื่นคำร้องให้มาลงนามในวันรับเล่ม หรือ หากใช้วิธีทำหนังสือยินยอม มาแทนการมาแสดงตัว บิดาหรือมารดาต้องมาแสดงตัวและลงนามอย่างน้อย 1 คน
- มารดาผู้เยาว์ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มารดาสามารถลงนามได้ฝ่ายเดียว โดยให้ทำบันทึกคำให้การยืนยันไม่ได้จดทะเบียนสมรส และแสดงหลักฐานบัตรประจำตัวเป็น “นางสาว” ต่อเจ้าหน้าที่รับคำร้อง หรือ นำหนังสือรับรองการอุปการะบุตรแต่เพียงผู้เดียวจากอำเภอ/เขต (ป.ค.14) มาแสดง พร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนเป็น “นางสาว”
- ผู้เยาว์เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน บิดาไม่สามารถลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียวได้ เว้นแต่ว่ามีคำสั่งศาลให้เป็นผู้อุปการะผู้เยาว์แต่ผู้เดียว
- บิดามารดาผู้ให้กำเนิดผู้เยาว์ที่ได้ยกผู้เยาว์ให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่นแล้ว ไม่สามารถลงนามแทนบิดามารดาบุญธรรมได้
- เอกสารที่นำมายื่นขอหนังสือเดินทางต้องเป็นต้นฉบับหรือรับรองสำเนาจากหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวเท่านั้น
- เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี
- สูติบัตร หรือ สำเนาสูติบัตรรับรองโดยอำเภอ/เขต ของผู้เยาว์
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ของบิดา มารดา หรือผู้มีอำนาจปกครอง
- หนังสือยินยอมและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่รับรองสำเนาถูกต้องในกรณีของผู้ปกครองฝ่ายที่ไม่สามารถมาแสดงตัวได้
- เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรม เป็นต้น
- ค่าธรรมเนียม การทำหนังสือเดินทางใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

ค. ผู้เยาว์อายุระหว่าง 15-20 ปี
- ระเบียบการขอหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุระหว่าง 15-20 ปี
- ผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี สามารถติดต่อขอทำหนังสือเดินทางด้วยตนเอง โดยมีหนังสือยินยอมของบิดาและมารดา หรือ ผู้มีอำนาจปกครองมาแสดงประกอบการยื่นคำร้อง หรือ โดยให้บิดาและมารดา หรือผู้มีอำนาจปกครองผู้เยาว์มาลงนามในวันที่ยื่นคำร้อง( หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาไม่ได้ ให้มาลงนามในวันรับเล่ม) หรือ มีหนังสือยินยอม (download แบบฟอร์มหนังสือยินยอม) จากฝ่ายที่มาไม่ได้มาแสดง
- เอกสารที่นำมายื่นขอหนังสือเดินทางต้องเป็นต้นฉบับหรือรับรองสำเนาจากหน่วยงานที่ออกเอกสารดังกล่าวเท่านั้น
- เอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางธรรมดาของผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรประจำตัวที่ใช้แทนตามกฎกระทรวงมหาดไทย
- หนังสือยินยอมและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- เอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็น อาทิ หลักฐานใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เอกสารหลักฐานการรับรองบุตรหรือรับบุตรบุญธรรม เป็นต้น
- ค่าธรรมเนียม การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท
ง. หนังสือเดินทางพระ
- เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินทางพระภิกษุสามเณร
- เอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ ตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (หนังสืออนุมัติจาก ศ.ต.ภ.)
- ใบสุทธิพระภิกษุสามเณร
- สำเนาทะเบียนบ้าน/วัด
- สำเนาใบตราตั้ง กรณีประสงค์ให้ระบุสมณศักดิ์ในหนังสือเดินทาง
- ค่าธรรมเนียม การทำหนังสือเดินทางเสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

จ. หนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์
- เอกสารประกอบการทำหนังสือเดินเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์
- หนังสือรับรองจากสำนักจุฬาราชมนตรีหรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรับรองการไปประกอบพิธีฮัจญ์
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ใช้แทนได้ตามกฎกระทรวงมหาดไทย
- ถ้าผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์เป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้ยึดระเบียบการทำหนังสือเดินทางของผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือ ผู้เยาว์ที่มีอายุระหว่าง 15-20 ปี แล้วแต่กรณี
- ค่าธรรมเนียม การทำหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ มีค่าธรรมเนียม 400 บาท และหนังสือเดินทางมีอายุ 2 ปี

การนำสิ่งของเข้า หรือ ออกนอกประเทศ
กรณี เดินทางออกนอกประเทศ
ข้อควรทราบเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบพิธีการศุลกากรสำหรับผู้เดินทางเข้าออกนอกประเทศไทยทางท่าอากาศยานกรุงเทพฯ

การแจ้งนำของใช้ส่วนตัวไปต่างประเทศ
ถ้าต้องการนำของใช้ส่วนตัวออกไประหว่างการเดินทาง เช่น กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุ-เทป ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับเข้ามาในประเทศจะต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อสิทธิในการยกเว้นภาษีอากรภายใต้เงื่อนไขดังนี้
**เป็นของเก่าใช้แล้วและมีจำนวน/ประมาณพอสมควรแก่ฐานะ
**มีเครื่องหมายเลขหมายให้ตรวจสอบได้ง่าย

วิธีปฏิบัติ นำบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน หนังสือเดินทาง ตั่วโดยสารและของที่จะนำติดตัวออกไปแสดงและแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ที่ทำการศุลกากร (ขาออก) ประจำท่าอากาศยานกรุงเทพฯ
กรณี ของที่มิใช่ของใช้ส่วนตัวโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อนำไปปฏิบัติพิธีการศุลกากรก่อนเดินทาง
ของต้องห้ามในการนำออกนอกราชอาณาจักร
ยาเสพติดให้โทษ
วัตถุระเบิด

ของต้องจำกัดในการนำออกนอกราชอาณาจักร
หมายถึงสิ่งของบางชนิดที่มีกฎหมายควบคุมการส่งออกผู้ที่ประสงค์จะนำหรือส่งออกไปต้องได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนำมาเสนอต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะนำออกด้วย เช่น
พระพุทธรูป ศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ (กรมศิลปากร)
สัตว์สงวนหรือสัตว์เลี้ยง เช่น นก ลิง แมว ฯลฯ (กรมป่าไม้หรือกรมปศุสัตว์)
พันธุ์พืช เช่น ทุเรียน ลำไย ฯลฯ (กรมวิชาการเกษตร)
อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน (กรมตำรวจ)


กรณี เดินทางเข้าประเทศ
การนำกระเป๋าสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจเมื่อเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
ผู้เดินทางต้องกรอกรายการในแบบสำแดงสิ่งของติดตัวผู้โดยสารก่อนนำกระเป๋าสัมภาระผ่านเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ผู้ไม่มีของต้องเสียภาษีอากรต้องห้าม ของต้องจำกัดให้ยื่นแบบสำแดงสิ่งของติดตัวผู้โดยสารแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร
ผู้ที่มีของต้องเสียภาษีอากรของต้องห้ามของต้องจำกัด หรือไม่แน่ใจว่าที่นำเข้ามานั้นต้องเสียภาษีอากรหรือไม่ ให้ยื่นแบบสำแดงสิ่งของติดตัวผู้โดยสารแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรช่องแดง ซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า มีของต้องสำแดง

คำเตือน ผู้ลักลอบนำของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม หรือของต้องจำกัดผ่านออกทางช่องเขียว นอกจากจะถูกริบสิ่งของแล้วอาจจะต้องถูกปรับ 4 เท่า ของราคาสิ่งของรวมค่าภาษีอากร

ของยกเว้นภาษีอากรขาเข้า
บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หรือซิการ์และยาเส้นน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม
สุรา 1 ลิตร
ของใช้ส่วนตัวสมควรแก่ฐานะ
ของใช้ในบ้านเรือนเก่าใช้แล้วที่เจ้าของนำมาพร้อมกับตน เนื่องจากการย้ายภูมิลำเนา และมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ
ของต้องห้าม ต้องจำกัดในการนำเข้า
ของต้องห้าม คือของที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าโดยเด็ดขาด เช่น
วัตถุลามก สิ่งพิมพ์ลามก
ยาเสพติดให้โทษ

ของต้องจำกัด คือของที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้ามา เช่น
เครื่องรับส่งวิทยุคมนาคม และส่วนประกอย (กรมไปรษณีย์โทรเลข)
อาวุธปืน กระสุนปืน (กรมตำรวจ )
พืชและส่วนต่างๆของพืช (กรมวิชาการเกษตร)
สัตว์และซากพืช (กรมปศุสัตว์)
เครื่องสำอางสำเร็จรูป (กระทรวงสาธารณสุข)
-สัตว์น้ำ (กรมประมง)

ขั้นตอนปฎิบัติ เมื่อไปถึงสนามบิน.......

เมื่อไปถึงที่สนามบิน อันดับแรกที่เราต้องทำก็คือลงจากรถ (อิ อิ ล้อเล่นครับ แต่ต้องทำจริง ๆ) ก่อนอื่นต้องแน่ใจ ก่อนนะว่า มาถูกอาคาร เพราะที่ดอนเมืองมี 2 อาคาร สำหรับการเดินทาง ออกต่างประเทศ และยังมีอีก 1 อาคาร สำหรับสายการบินในประเทศ

เมื่อเราแน่ใจว่ามาถูกอาคารแล้ว ทีนี้ก็ต้องเช็คว่า สายการบินที่เราจะเดินทาง เคาน์เตอร์สำหรับเช็คอิน หรือตรวจบัตรโดยสาร และสัมภาระอยู่ที่เคาน์เคอร์หมายเลขอะไร โดยสามารถตรวจดูข้อมูล ได้จากจอมอนิเตอร์ภายในอาคาร และท่านควรไปถึงที่สนามบิน ก่อนที่เครื่องบิน จะออกเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และสำหรับ ผู้ที่เดินทางไปกับคณะทัวร์ ควรจะไปถึงเวลาที่ทางบริษัท ทัวร์นัดหมายจะเป็นการดีที่สุด เพื่อความสะดวก ของท่านแก่เจ้าหน้าที่

เมื่อท่านเจอเคาน์เตอร์สำหรับเช็คอินแล้ว ทีนี้ก็ต้องนำสัมภาระของท่าน ไปทำการผ่านเครื่อง X-RAY และผูกมัดสัมภาระโดยเครื่องอัตโนมัติ (ย้ำ.. นะครับว่าสัมภาระของท่าน ต้องผ่านการตรวจก่อน และต้องมีแถบมัดสัมภาระ จากเครือง ไม่อย่างนั้น กระเป๋าของท่านจะไม่สามารถเดินทางไปกับท่านได้

นำกระเป๋าและสัมภาระไปเข้าคิวรอการตรวจที่หน้าเคาน์เตอร์ โดยท่านต้องมอบ เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ของสายการบิน คือ… ตั๋วเครื่องบิน - พาสปอรต์ที่มีวีซ่าของประเทศที่ท่านจะเดินทางไป (บางประเทศ อาจจะ ไม่มีวีซ่าก็ได้) สำหรับท่านที่เดินทางไปกับคณะทัวร์ หลังจากที่ท่าน นำกระเป๋าผ่านเครื่อง X-RAY แล้วก็ให้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทฯ ซึ่งคงจะคอยรอรับท่านอยู่ด้วยหน้าตายิ้มแย้มน่ารัก จากนั้น เขาคงทำการ ติดป้ายชื่อและหมายเลขที่กระเป๋าให้กับท่าน (สำหรับหมายเลขที่ว่านี้ จะเป็นหมายเลขประจำตัวของท่าน) จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯทัวร์ ก็จะนัดหมายเวลาให้ท่านกลับมารับเอกสารอีกครั้งครับ

เมื่อเราทำการเช็คอินเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ของสายการบิน ก็จะมอบคืน เอกสารให้เราดังนี้ พาสปอร์ต-บอร์ดดิ้งพาส (หรือบัตรผ่านขึ้นเครื่อง) - ตั๋วเครื่องบินสว่นที่เหลือ - แทกซ์นัมเบอร์ของสัมภาระ และกระเป๋าเดินทาง
ส่วนท่านที่เดินทางไปกับคณะทัวร์ ก็ต้องรอเวลาสักนิดหน่อยนะครับ เพราะทางหัวหน้าทัวร์ ที่ใจดีและน่ารักของท่านต้องเสียเวลากับ การจัดที่นั่ง บนเครื่องบิน ให้กับคณะของท่านอีกครั้งเพื่อความเหมาะสม ทำไมต้องจัดที่นั่ง อีกครั้ง สำหรับคณะทัวร์ เวลาทำการเช็คอิน จะทำเป็นกรู๊ปพร้อมกันทั้งคณะ ทีนี้เวลาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่พิมพ์บัตรโดยสารขึ้นเครื่องที่เราเรียกว่า บอร์ดดิ้งพาส เขาจะทำการพิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของ นามสกุล ผู้โดยสารจาก ตัว อักษร A ไปถึง Z พิมพ์ตั๋วของผู้ใหญ่ก่อนที่จะพิมพ์ของเด็ก ปัญหามันอยู่ที่ว่า เรามาด้วยกัน แต่ไม่ได้นั่งด้วยกันเพราะนามสกุลเรา ไม่เหมือนกัน หรือสะกดตัวอักษรตัวแรก ไม่เหมือนกัน พ่อแม่กับลูกไม่ได้นั่งด้วยกัน เอาละสิ…ยุ่งแล้วที่นี้…ครับ.. ก็คงเป็นหน้าที่ ของหัวหน้าทัวร์ ที่จะทำการจัดที่นั่ง ให้ท่านใหม่ คงเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมท่านที่เดินทางไปกับคณะทัวร์ ต้องรอเวลานาน ทำไมต้องไปตามเวลาที่เขานัดหมาย ทำไมต้องนั่งตาม ที่หัวหน้าทัวร์จัดให้

จากนั้นก็ทำการกรอกเอกสารของกองตรวจคนเข้าเมือง หรือที่เราเรียกกันว่าใบ ต.ม. พร้อมทั้งเซ็นต์ชื่อให้เรียบร้อย อ้อ..อย่าลืมใบภาษีสนามบินนะครับ 500 บาท ซื้อได้ที่เคาน์เตอร์หน้าทางเข้าห้องตรวจหนังสือเดินทาง ส่วนท่านที่ไปกับทัวร์ก็สบายหน่อย ทางทัวร์เขาซื้อไว้ให้แล้วอย่าลืมรับ จากหัวหน้าทัวร์ นะครับ ตรวจเช็คดูอีกครั้งว่า เราต้องไปขึ้นเครื่องบินที่ประตูทางออกหมายเลขอะไร เวลานัดหมายที่หน้าประตูกี่โมง และสายการบินอะไร เที่ยวที่เท่าไหร่

เอาละ…พร้อมแล้ว เข้าไปตรวจหนังสือเดินทาง ก่อนเข้าประตูเราต้องแสดง ใบภาษีสนามบินให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนะครับ หลังเสร็จสิ้นการตรวจหนัง สือเดินทางแล้ว ก็เดินไปที่ทางเข้าประตูเครื่องบิน นะครับ แต่ถ้ามีเวลาเหลือมาก จะเลือกหาของฝากติดไม้ติดมือ ที่ร้านค้า ปลอดภาษีอากร ก่อนก็ได้ครับ แต่อย่าช็อปปิ้งจนเกินเวลาขนาดต้อง วิ่งขึ้นเครื่องนะครับ อายชาวบ้านเค้า และยังต้องเหนื่อยหอบอีก อ้อ... ใครจะแลกเงินก็ได้นะครับ ถ้ามีเวลาพอ

ได้นั่งบนเครื่องแล้วสิ….พักผ่อนเถอะครับ ..พรุ่งนี้ต้องลุยกันแล้ว….โชคดีครับเอาละ…คงพอเป็นรายละเอียดคร่าว ๆ ให้กับท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ อย่างน้อยก็คง พอให้เราสบายใจขึ้นบ้างว่าเราต้องเจอกับอะไร สวัสดีครับ

 

หน้าแรก